เว็บลิงก์

         

ข้อมูลพื้นฐาน

ประวัติอำเภอมัญจาคีรี

 

 

              พ.ศ. 2322  สมัยกรุงธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปตีหัวเมืองลาวได้ทั้งหมด จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกต และกวาดต้อนเอาชาวลาวมาด้วย ในสมัยนั้นพระเจ้าศิริบุญสาร เป็นกษัตริย์ลาวมีธิดาชื่อนางเขียวค้อม ซึ่งในครั้งนั้นท้าวเพียเมืองแพนแห่งเมืองทุรคม ห่างเวียงจันทน์ไปทางแม่น้ำงึม 70 กิโลเมตร  ได้นำบุตรสาวชื่อนางคำแว่น มาฝากตัวเข้ารับราชการในราชสำนักลาว จึงถูกกวาดต้อนมาด้วย นางคำแว่นเป็นชาวลาวที่มีรูปร่างงดงามฉลาดหลักแหลม โดดเด่นจึงเป็นที่โปรดปรานและใกล้ชิดเจ้าพระยาฯตลอด เมื่อเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็น "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" ได้ทรงแต่งตั้งนางคำแว่นเป็นสนมเอก และต่อมาได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นคุณท้าวเสือ เนื่องจากเป็นคนดุและเอาจริงเอาจังกับการทำงานมากจนข้าราชบริภารในราช สำนัก ต่างเกรงกล้วเหมือนเสือจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "คุณท้าวเสือ"

 

              พ.ศ. 2331 เจ้าจอมคำแว่นหรือคุณท้าวเสือทราบข่าวว่าเพียเมืองแพนผู้บิดา ได้พาสมัครพักพวกกอพยพข้ามโขง  มาอาศัยพักพิงในเขตของพระขัติยวงษาเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ จึงได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และได้รับพระกรุณาให้ตามลำน้ำชี มาตั้งบ้านเรือนที่บ้านเมืองเพีย บ้านโพธิชัย บ้านบึงบอน ต่อมาจึงยกบ้านบึงบอนเป็นเมืองขอนแก่น ให้เพียงเมืองแพนเป็นเจ้าเมืองขอนแก่นได้ รับพระราชทานนามว่าพระนครศรีบริรักษ์ ปกครองเมืองขอนแก่นสืบมา และเปลี่ยนเจ้าเมืองตามกาลเวลา จนล่วงถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จีนฮ่อยกทัพมารุกรานหัวเมืองลาวจนถึงชายแดนไทย จึงได้มีการรวบรวมทหารและขุนศึกจากหัวเมืองไปช่วยรบ เมืองขอนแก่นจึงส่งราชบุตรไปช่วยรบ พ.ศ.2418 ราชบุตรเมืองขอนแก่น (ท้าวอู๋) ทำความดีความชอบ โดยช่วยปราบศึกฮ่อที่มารุกรานเวียงจันทน์และหัวเมืองลาวด้านเหนือจนได้ ชัยชนะ

 

              พ.ศ. 2520 หลักจากเสร็จจากการปราบฮ่อแล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งราชบุตรเมือง  ขอนแก่นเป็นที่ พระนครศรีบริรักษ์บรมราชภักดีศรีศุภสุนทร เป็นเจ้าเมืองขอนแก่นโดยยกกองราชบุตรซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านดอนบม ขึ้นเป็นเมืองขอนแก่น ในขณะที่พระนครศรีบริรักษ์ (ท้าวมุ่ง) เจ้าเมืองคนเก่าตั้งเมืองอยู่ที่บ้านโนนทัน ห่างกันเพียง 6 ก.ม. การปกครองเมืองขอนแก่นให้แบ่งประชาชนกันคนละครึ่งจึงเกิดความสับสนวุ่นวายกันทั่วไป เกิดกรณีพิพาทกันหลายเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นการแย่งชิงประชาชนและเขตแดนกัน

 

              พ.ศ.2421 อุปราชฝ่ายเมืองเดิมถึงแก่อสัญกรรม พระนครศรีบริรักษ์คนเก่า ขอพระราชทานเลื่อนราชวงษ์ขึ้นเป็นอุปราชก็ไม่ทรงโปรดเกล้าฯ ก็ไม่ทรงแต่งตั้ง

 

              พ.ศ. 2424 พระนครศรีบริรักษ์ ฝ่ายเมืองเดิม (ท้าวมุ่ง) ถึงแก่อนิจกรรม ราชวงษ์ผู้ว่าที่อุปราช และข้าราชการฝ่ายเมืองเดิม ได้ย้ายที่ทำการเมืองไปอยู่ที่บ้านทุ่ม เพราะมีประชาชนอยู่หนาแน่น เพราะเป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างกรุงเทพฯกับหนองคาย การบริหารบ้านเมืองจึงยิ่งลำบากมากขึ้น ฝ่ายเมืองเดิมก็ไม่ร่วมกิจกรรมกับฝ่ายเมืองใหม่ทางกรุงเทพฯ ได้แจ้งให้ทั้งสองฝ่ายไม่ให้บังคับประชาชนประชาชนจะอยู่กับฝ่ายใดให้เลือกอยู่ตามความสมัครใจ พระนครศรีบริรักษ์ (ท้าวอู๋) พยายามที่จะให้เมืองขอนแก่นรวมเป็นเมืองเดียวกันเพื่อบีบรัดฝ่ายเมืองเดิมที่ตั้งอยู่บ้านทุ่มไม่ให้ขยายอาณาเขตออกไปทางด้านตะวันตก ซึ่งมีประชาชนอยู่กันหนาแน่นจึงได้ขอพระราชทานยกบ้านภูเม็งขึ้น ขึ้นกับเมืองขอนแก่น ดังเอกสารใบบอก หนังสือราชการจากกรุงเทพฯ ที่กล่าวถึงการตั้งเมืองมัญจาคีรี กล่าวไว้ดังนี้

 

ที่ 95 เมืองขรแก่น 2

ศาลาลูกขุนใน ฝ่ายซ้าย ที่ว่าการกรมมหาดไทย 

               วันที่ 31 พฤษภาคม รัตนโกสินทร์ศก  108  สารตราเจ้าพระยาจักรีฯ มาถึงพระนครภักดีศรี บริรักษ์ เจ้าเมือง อุปราช ราชวงษ์  ราชบุตร ท้าวเพียเมืองขรแก่น ด้วยมีใบบอกลงไปเมื่อ ณ ปีมะเส็งตรีศก ว่าบ้านภูเม็ง ทิศตะวันตกเมืองขรแก่น เขตแขวงกว้างขวาง ไพร่บ้านพลเมืองมีมากสมควรจะตั้งเป็นเมืองได้ ขอรับพระราชทานยกบ้านภูเม็งเป็นเมือง ขึ้นกับเมืองขอนแก่น  ขอท้าววรบุตรเป็นเจ้าเมือง รับราชการฉลองพระเดชพระคุณรักษาบ้านเมืองขอบขัณฑสีมาต่อไป โดยนำใบบอกขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา  แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองแล้วมีพระบรมราชโองการ

              มาพระบัญฑูรสุรสิงหนาถดำรัสเหนือเกล้าสั่งว่า   เมืองขรแก่นเขตแขวงกว้างขวาง ไพร่ฟ้าพลเมืองมีมาก  ซึ่งพระนครศรีบริรักษ์ฯ    ขอยกบ้านภูเม็งเป็นเมือง ขอท้าววรบุตรเป็นเจ้าเมืองนั้น ได้ ขนานนามบ้านภูเม็งเป็น เมืองมัญจาคีรี  พระราชทานนามสัญบัตรประทับพระราชรัญจกรณ์ ตั้งท้าววรบุตรเป็นที่ พระเกษตรวัฒนา เป็นเจ้าเมือง ตั้งแต่  ปีมะเส็ง ศก แล้วฯลฯ 

 

ข้อมูลทั่วไป

 

ประวัติความเป็นมาของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี

 

 

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  ได้ยกฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาล   เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542  ในปัจจุบันมีฐานะเป็นเทศบาลตำบลมัญจาคีรี   โดยที่ขณะนั้นสุขาภิบาลมัญจาคีรีได้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ  มีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม  การเมือง  การปกครอง  การศึกษา  และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงขึ้น  การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรที่ดีขึ้น  ทำให้ประชาชนมีความพร้อมที่จะยกฐานะสุขาภิบาลของตนขึ้นเป็น “เทศบาล” เนื่องจากมีศักยภาพด้านต่างๆ  ขึ้น  ประกอบกับสุขาภิบาลมัญจาคีรีมีรายได้สูงพอ  ที่จะดำเนินการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบของเทศบาลได้

              ดังนั้น อำเภอมัญจาคีรี ในขณะนั้นได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูล มติความต้องการของประชาชนที่ได้รับความเห็นชอบจากสภาจังหวัดขอนแก่นแล้ว  รายงานเสนอกระทรวงมหาดไทยถึงความพร้อมที่จะยกฐานะสุขาภิบาลขึ้นเป็นเทศบาล  ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา  เล่ม  116   ตอนที่ 9 ก  วันที่   24 กุมภาพันธ์ 2542 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13  แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546 ซึ่งถือเป็นเทศบาลขนาดเล็ก

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรี แต่ก่อนได้อาศัยที่ว่าการอำเภอมัญจาคีรีเป็นอาคารสำนักงานเทศบาล  ต่อมา  เมื่อ พ.ศ. 2549  เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  ได้ดำเนินการวางศิลาฤกษ์  ก่อสร้างอาคารสำนักงานเทศบาลหลังใหม่  ห่างจากที่ว่าการอำเภอมัญจาคีรี  ไปทางทิศเหนือประมาณ 150 เมตร   ซึ่งได้ใช้เป็นสำนักงานเทศบาลตำบลมัญจาคีรี จนถึงปัจจุบัน และขณะนี้ก็ได้รับการยกฐานะจากเทศบาลขนาดเล็กเป็นเทศบาลขนาดกลางเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน  2554

 

 

สภาพทั่วไปของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี

 

ที่ตั้ง/ขนาดพื้นที่

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรี   อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลกุดเค้า  อำเภอมัญจาคีรี   จังหวัดขอนแก่น   มีพื้นที่เขตเทศบาล  2.86  ตารางกิโลเมตร หรือ 1,787.5 ไร่  มีระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ  426  กิโลเมตร  ห่างจากจังหวัดขอนแก่น   ประมาณ 50 กิโลเมตร   ประกอบขึ้นด้วยพื้นที่ในเขตการปกครอง  ดังนี้

 

เขตปกครอง    

              รวม 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่  2 บ้านหัน
                                      หมู่ที่  3 บ้านหัน
                                      หมู่ที่  13 บ้านหัน 
                                      หมู่ที่  14 บ้านหัน

              ชุมชน 7 ชุมชน คือ 1. ชุมชนหลักเมือง
                                        2. ชุมชนพระเกษตรวัฒนา
                                        3. ชุมชนศูนย์ราชการ
                                        4. ชุมชนอยู่เจริญ
                                        5. ชุมชนสุขใจ
                                        6. ชุมชนมัญจาศึกษา
                                        7. ชุมชนสหพัฒนา

 

อาณาเขตของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี 

              ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีอาณาเขตติดต่อ  ดังนี้

 

              ด้านทิศเหนือ   ตั้งแต่หลักเขตที่   1   ซึ่งตั้งอยู่ที่ริมห้วยปากดาวฝั่งใต้ตรงที่อยู่ห่างจากฟากตะวันตกของทางหลวงสายขอนแก่น - มัญจาคีรี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 1,000 เมตร

              จากหลักเขตที่ 1 เลียบตามฝั่งใต้ของห้วยปาปากไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ถึงฟากตะวันตกของทางหลวงสายขอนแก่น - มัญจาคีรี   ซึ่งเป็นหลักเขตที่  2

              ด้านทิศตะวันออก  จากหลักเขตที่  2  เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ถึงมุมถนนบูรพา  ฟากตะวันออกตรงที่บรรจบฟากใต้ของถนนหน้าเมือง   ซึ่งเป็นหลักเขตที่  3

              จากหลักเขตที่   3   เลียบตามฟากตะวันออกของถนนบูรพาไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และเป็นเส้นตรงไปจรดฝั่งเหนือของห้วยแช่กอย   ตรงที่อยู่ห่างจากฟากตะวันออกของทางหลวงสายชนบท - มัญจาคีรี  ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้  500  เมตร   ซึ่งเป็นหลักเขตที่  4

              ด้านทิศใต้   จากหลักเขตที่  4   เลียบตามฝั่งเหนือของห้วยแช่กอยไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นระยะ   2,000   เมตร   ซึ่งเป็นหลักเขตที่  5

              ด้านทิศตะวันตก   จากหลักเขตที่ 5  เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ถึงฟากใต้ของทางไปบ้านบัว   ตรงที่อยู่ห่างจากโรงเลื่อยจักร   ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  450  เมตร   ซึ่งเป็นหลักเขตที่  6 และจากหลักเขตที่ 6  เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกจนบรรจบกับหลักเขตที่ 1

              ทิศเหนือ           ติดต่อกับ   ตำบลสวนหม่อน
              ทิศใต้               ติดต่อกับ   ตำบลกุดเค้า
              ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ   บริเวณบึงกุดเค้า
              ทิศตะวันตก       ติดต่อกับ   ตำบลนาข่า

 

แผนที่แสดงอาณาเขตการปกครองเทศบาลตำบลมัญจาคีรี

 

 

สภาพภูมิประเทศ

              ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม  มีพื้นที่สูงต่ำสลับกันเป็นลอนคลื่นอยู่ในส่วนของที่ราบสูงโคราชที่ลาดเทลงไปทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีที่ราบลุ่มบางตอน  มีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางโดยเฉลี่ย 150-250 เมตร  มีลักษณะดินเป็นดินเค็มเพาะปลูกพืชผลเกษตรได้ผลผลิตน้อย   และมีแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สำคัญ คือ บึงกุดเค้า

 

สภาพภูมิอากาศ    แบ่งออกเป็น  3  ฤดูกาล

                                ฤดูร้อน     เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม   ถึง  เดือนมิถุนายน

                                ฤดูฝน      เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม  ถึง  เดือนตุลาคม

                                ฤดูหนาว   เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  ถึง  เดือนกุมภาพันธ์

 

โครงสร้างพื้นฐาน

 

การคมนาคมขนส่ง

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรีตั้งอยู่ระหว่างกลางถนนสาย   ขอนแก่น - ชัยภูมิ    โดยมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข   229    สายมัญจาคีรี - ขอนแก่น ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  226  สายขอนแก่น - บ้านไผ่   มีรถประจำทางวิ่งผ่าน ได้แก่  รถสายขอนแก่น- นครสวรรค์,  มัญจา - บ้านไผ่   และมีรถโดยสารขนาดเล็กเชื่อมกับตำบลต่าง ๆ  อีกจำนวนมาก

 

การไฟฟ้า ประปา

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรี   ได้ใช้ไฟฟ้าจากสถานีบริการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอมัญจาคีรี  มีไฟฟ้าใช้ทุกหลังคาเรือน  ส่วนไฟฟ้าสาธารณะยังไม่ทั่วถึง  เขตเทศบาลใช้น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอชนบท – มัญจาคีรี  ปริมาณน้ำสะอาดเพียงพอและทั่วถึงในเขตเทศบาลทั้งหมด

 

การสื่อสาร การโทรคมนาคม

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง แบบ ADSL ความเร็วอย่างน้อย 10 Mbps ส่วนใหญ่มีโทรศัพท์มือถือ   โทรศัพท์บ้านใช้เป็นบางครัวเรือน  และมีโทรศัพท์สาธารณะบริการอย่างทั่วถึง  จำนวน 12 เครื่อง แยกเป็นโรงพยาบาลมัญจาคีรี 4 เครื่อง โรงเรียนมัญจาศึกษา 2 เครื่องภายในเขตเทศบาลอีก 6 เครื่อง  และที่ทำการไปรษณีย์ 1 แห่ง 

 

การคมนาคมและการจราจร

              เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  เป็นชุมชนเมืองขนาดเล็ก  ถนนภายในเขตเทศบาลส่วนใหญ่มีสภาพเป็นถนนลาดยางและถนนคอนกรีต   มีถนนลูกรังและหินคลุกบางส่วน  ซึ่งสามารถใช้สัญจรได้สะดวกทุกฤดูกาล  ส่วนด้านการจราจรยังมีความหนาแน่นน้อยมาก  ไม่มีปัญหาจราจรติดขัด

 

ด้านเศรษฐกิจ

  1. โครงสร้างทางเศรษฐกิจและรายได้ประชากร ประชากรในเขตเทศบาลตำบลมัญจาคีรีส่วนใหญ่ จะประกอบอาชีพด้านการค้าขายเป็นหลัก และประกอบอาชีพการเกษตรกรรม  การเลี้ยงสัตว์ รับราชการ และรับจ้างทั่วไป รองลงมาตามลำดับ
  2. มีตลาดกลางสินค้าของเทศบาล  สินค้าประเภทอาหารสด  สินค้าแปรรูป  เครื่องใช้ต่างๆ
  3. การอุตสาหกรรม   ในเขตเทศบาลมีการทำอุตสาหกรรมขนาดย่อม   คือ  การทำที่นอนจากนุ่น  และมีการผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้และอลูมิเนียม    
  4. มีการผลิตสินค้า  จากกลุ่มอาชีพ  เช่น  ดอกไม้ประดิษฐ์  กลุ่มอาชีพแปรรูปอาหาร 
  5. การพาณิชยกรรม/การบริการราษฎรในเขตเทศบาลประกอบการค้าขายที่นอน   หมอนขิด เฟอร์นิเจอร์ อลูมิเนียม  ร้านตัดเสื้อ   ร้านร้านเสริมสวย / ตัดผม / แต่งผม   ร้านจำหน่ายมอเตอร์ไซค์   ร้านขายอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า   ร้านอินเตอร์เน็ต / เกมส์   ร้านอาหาร/ที่จำหน่ายอาหาร  และร้านขายของชำต่างๆ
  6. การท่องเที่ยว   ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในเขตเทศบาล ห้องเช่าหรือบริการนักท่องเที่ยว
  7. การปศุสัตว์  ราษฎรส่วนใหญ่เลี้ยงโค กระบือ สุกร  เป็ด ไก่ และอื่น ๆ เพื่อจำหน่าย
  8. มีศูนย์การค้า 1 แห่ง ธนาคาร 5 แห่ง

 

ด้านสังคม

            จำนวนประชากร

            ประชากรภายในเขตเทศบาลมีจำนวนประชากร  ทั้งสิ้น  จำนวน 3,964  คน (ข้อมูล  ณ  เดือนมิถุนายน 2557)

  • ชาย      จำนวน     1,878     คน
  • หญิง     จำนวน     2,086     คน  

            ข้อมูลสถิติของสำนักทะเบียนเทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีประชากรทั้งสิ้น  3,964 คน แยกเป็นชาย  1,878 คน  หญิง   2,086 คน จำนวนหลังคาเรือน 1,770  หลังคาเรือนซึ่งการเปลี่ยนแปลงของจำนวนประชากรนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง  เช่น  การเกิด การตาย  การย้ายถิ่นฐานของประชากรภายในเขตเทศบาล   

 

 

หมู่ที่ จำนวนครัวเรือน ชาย หญิง รวม
2 528 708 755 1,463
3 616 549 635 1,184
13 447 370 406 776
14 179 251 290 541
รวม 1,770 1,878 2,086 3,964

 

 

การศาสนาและวัฒนธรรม

            ประชาชนในเทศบาลตำบลมัญจาคีรี  จะนับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ โดยมีศาสนสถาน 1 แห่ง คือ  วัดโพธิ์กลาง  และศาสนาคริสต์  อิสลาม  เป็นบางส่วน      

วัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญ

1.  งานบุญมหาชาติประจำปี                ประมาณเดือน     กุมภาพันธ์-เมษายน
2.  งานประเพณีสงกรานต์                   ประมาณเดือน     เมษายน
3.  งานบุญบั้งไฟประจำปี                    ประมาณเดือน     มิถุนายน
4.  งานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา       ประมาณเดือน     กรกฎาคม
5.  งานประเพณีลอยกระทง                  ประมาณเดือน    พฤศจิกายน

 

การศึกษา

            ในพื้นที่เทศบาลตำบลมัญจาคีรี  มีโรงเรียนในพื้นที่ดังนี้

            - โรงเรียนระดับอนุบาล 1 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัญจาคริสเตียน                             
            - โรงเรียนระดับประถมศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลมัญจาคีรี, โรงเรียนมัญจาคริสเตียน และโรงเรียนชุมชนบ้านหันมัญจาคีรี
            - โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัญจาศึกษา และโรงเรียนปริยัติธรรม
            - ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยเทศบาลตำบลมัญจาคีรี และศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยต้นแบบโรงเรียนชุมชนบ้านหันมัญจาคีรี
            - ศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ 7 แห่ง

 

การสาธารณสุข

            -    โรงพยาบาลของรัฐขนาด  60  เตียง    จำนวน    1 แห่ง
            -    สาธารณสุขอำเภอมัญจาคีรี               จำนวน    1 แห่ง
            -    ร้านขายยาแผนปัจจุบัน                     จำนวน   5  แห่ง
            -    สถานพยาบาลเอกชน  (คลินิก )          จำนวน  5  แห่ง

 

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

            -    สถานีตำรวจภูธรอำเภอมัญจาคีรี          จำนวน  1    แห่ง
            -    ป้อมตำรวจ                                    จำนวน  1    แห่ง
            -    กลุ่ม อปพร.                                   จำนวน  32  คน
            -    รถบรรทุกน้ำดับเพลิง                        จำนวน  3   คัน

23 มิถุนายน 58 15:08:34